คำถามที่ถามบ่อย

เด็กจะมีพัฒนาด้านความสูงอย่างรวดเร็วในช่วงขวบปีแรก และในช่วงเข้าสู่วัยรุ่น แต่โดยทั่วไปเด็กจะมีความสูงเพิ่มขึ้นดังนี้


แรกเกิด - 1 ปี   จะมีความสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 25 เซนติเมตร/ปี*

1 - 2 ปี           จะมีความสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 10-12 เซนติเมตร/ปี

2 - 4 ปี          จะมีความสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 6-7 เซนติเมตร/ปี

ก่อนเข้าวัยรุ่น 4-10 ปี(เด็กหญิง) 4-12 ปี(เด็กชาย)    จะมีความสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เซนติเมตร/ปี

วัยรุ่น         จะมีความสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 7-10 เซนติเมตร/ปี(ผู้หญิง) 8-12 เซนติเมตร/ปี(ผู้ชาย)**


* โดย 6 เดือนแรกเด็กจะสูงขึ้นเฉลี่ย 2.5 เซนติเมตรต่อเดือน จากนั้นจะลดลงโดยช่วง 6 เดือนหลังเด็กจะสูงขึ้นเฉลี่ย 1.5 เซนติเมตรต่อเดือน

** เด็กหญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยนี้เมื่ออายุ 12-13 ปี ส่วนเด็กชายเริ่มเมื่ออายุ 14-15 ปี ช่วงที่สูงเร่ง(Peak Pubertal Growth Spurt)จะกินระยะเวลาประมาณ 1 - 2 ปี จากนั้นความสูงที่เพิ่มขึ้นต่อปีจะค่อยๆลดลง ในผู้หญิงก็จะสิ้นสุดความสูงที่อายุ 15-16 ปี ขณะผู้ชายจะสิ้นสุดความสูงที่อายุ 17-18 ปี

TorryDrink เสริมวิตามินและสังกะสีที่เด็กไทยขาด และได้รับไม่เพียงพอ ซึ่งเมื่อได้รับอย่างเพียงพอ ทำให้มีพัฒนาการด้านความสูงเพิ่มขึ้นกว่าปกติภายใน 2 เดือน และเห็นผลความแตกต่างที่ชัดเจนภายใน 6 เดือน

TorryDrink พัฒนาและปรับปรุงจากผลงานการวิจัยของอาจารย์แพทย์ชาวไทย ถึงการพบการขาดแร่ธาตุโดยเฉพาะสังกะสี และวิตามินบางชนิดในเด็กวัยเรียน TorryDrink มีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญที่เด็กในวัยเรียนส่วนมากขาด หรือได้ไม่เพียงพอ ซึ่งจากงานวิัจัยพบว่าเมื่อเด็กในวัยเรียนได้รับการเสริมแร่ธาตุ และวิตามินอย่างสม่ำเสมอ พบว่าเด็กนักเรียนกลุ่มที่ได้รับการเสริมสารอาหารดังกล่าวมีพัฒนาการด้านความสูงอย่างมีประสิทธิภาพกว่าเด็กนักเรียนกลุ่มที่ไม่ได้รับการเสริมสารอาหาร 

ความสูงของเด็กไทยดีขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อน แต่หากเทียบกับชาติในเอเซียด้วยกัน หลายประเทศที่อดีตเคยมีความสูงน้อยกว่าคนไทย แต่ปัจจุบันกลับมีความสูงมากกว่าคนไทย  เช่นประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือสิงค์โปร์ เมื่อประมาณ 3 ปีก่อนมีงานวิจัยตีพิมพ์จากอาจารย์ภาควิชากุมารเวช จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เกี่ยวกับปัญหาการขาดสารอาหารบางชนิดในประเทศไทย และได้ทำการวิจัยเสริมแร่ธาตุและวิตามินให้เด็กนักเรียนระดับประถม โดยคอมพิวเตอร์สุ่มเด็กแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็กที่ได้รับการเสริมสารอาหาร กับกลุ่มเด็กไม่ได้เสริม(ทานเครื่องดื่มชนิดเดียวกันแต่ไม่ได้เสริมแร่ธาตุและวิตามิน) โดยผู้วิจัย และเด็กก็ไม่ทราบว่าใครอยู่กลุ่มไหน เมื่อครบ 6 เดือน เมื่อเก็บข้อมูลเด็กทั้งสองกลุ่มแล้ววิเคราะห์ พบว่าเด็กในกลุ่มที่ได้เสริมสารอาหารมีประสิทธิภาพการเจริญเติบโตด้านความสูงเหนือกว่ากลุ่มไม่ได้เสริมอาหารอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

จากงานวิจัยดังกล่าว รวมถึงงานวิจัยอีกหลายงานวิจัยบ่งบอกถึงแม้ว่าเด็กไทยจะได้รับสารอาหารที่ดีขึ้น การดื่มนมมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงเด็กไทย(รวมไปถึงเด็กในเอเซีย) สามารถพัฒนาการด้านความสูงได้มากขึ้น หากได้รับสารอาหารที่มักจะขาดอย่างเพียงพอ

TorryDrink เป็นผงชงน้ำผลไม้ที่ได้แรงบันดาลใจจากงานวิจัยดังกล่าว และใช้เวลากว่า 3  ปี ในการพัฒนา ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สามารถผลิตเป็นเครื่องดื่มสำหรับเด็กได้จริง ด้วยมุ่งหวังให้เด็กไทยสูงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าในทางทฤษฎีจากงานวิจัย(ที่จำเป็นต้องการวัดผลประสิทธิภาพว่ามีนัยยะหรือไม่ประสิทธิภาพในการเพิ่มความสูง) คือที่ 6 เดือน แต่ในทางปฏิบัติแนะนำให้ดื่มสม่ำเสมอเป็นประจำ เพราะในเด็กไทยมีแนวโน้มขาดแร่ธาตุสังกะสี และวิตามินบางชนิด ร่างกายได้รับเท่าไหร่มักใช้หมดเพื่อการเจริญเติบโตจนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียน ในส่วนของเด็กที่ใกล้สิ้นสุดการเจริญเติบโต (อายุประมาณ 16 ปีขึ้นไปในผู้หญิง และ 18 ปีขึ้นไปในผู้ชาย) หากรับประทานเป็นประจำเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนแล้วไม่มีการเพิ่มของความสูงขึ้นเลย ในกรณีนี้มีแนวโน้มที่แผ่นการเจริญเติบโตจะปิดแล้ว TorryDrink อาจะไม่มีประโยชน์ แต่หากยังมีการเพิ่มของความสูงเกิดขึ้น แนะนำให้รับประทานต่อไป จนกว่าความสูงจะหยุดลง

โดยทั่วไปแล้วแพทย์ทั่วไปจะมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของพัฒนาการด้านความสูงในระดับหนึ่ง แต่หากมุ่งเน้นพัฒนาการด้านความสูง ควบคู่กับพัฒนาการด้านอื่นๆ กุมารแพทย์จะเป็นแพทย์ที่ทำการประเมินพัฒนาการด้านนี้เป็นหลัก แต่ในกรณีที่มีปัญหาที่มีความซับซ้อน มีความเกี่ยวพันธ์กับระบบฮอร์โมน กุมารแพทย์ระบบต่อมไร้ท่อก็จะเป็นผู้ทำการวินิจฉัยและรักษา ส่วนในรายที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดเพิ่มความสูง จะปรึกษาศัลยแพทย์กระดูกและข้อเป็นหลั

เป็นไปไม่ได้ เมื่อคุณสิ้นสุดการเจริญเติบโตแล้ว แผ่นการเจริญเติบโต(Growth plate)ของคุณจะปิด ซึ่งจะทำให้การเจริญเติบของกระดูกด้านความยาวสิ้นสุดลง ความยาวหรือความสูงของกระดูกเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ที่ส่งผลต่อความสูงของมนุษย์ การที่ผู้ใดอ้างว่าสามารถใช้กลไกใดกระทำกับร่างกาย ไปจนถึงใช้ยา อาหารเสริม หรือสารเคมี ใดๆ ที่ช่วยให้ผู้ที่แผ่นการเจริญเติบโตปิดไปแล้ว สูงขึ้นโดยถาวรเท่ากับคนผู้นั้นกำลังหลอกลวงประชาชนอยู่

1.ปริมาณพลังงานเพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่หละวัน

2.อาหารควรมีความหลากหลาย และครบ 5 หมู่ในแต่หละมื้อ

3.นมควรดื่มอย่างน้อยวันหละ 1-2 แก้วต่อวัน แต่ก็ไม่ใช่ดื่มนมจนละเลยอาหารชนิดอื่น

4.หลีกเลี่ยงอาหาร หรือสารที่สามารถทำให้เกิดโรค หรือเป็นพิษกับร่างกายได้ เช่น อาหารสุกๆดิบ อาหารสกปรก อาหารที่เสียแล้ว อาหารหมักดอง บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์น

 

Enter your answer here

เมื่อผู้ปกครองสังเกตุเห็นว่าลูกตัวเล็ก มีความสูงเฉลี่ยต่อปีน้อยกว่าเกณฑ์ หรือเมื่อนำความสูงของเด็กไปเทียบกับกราฟการเจริญเติบโตแล้วพบว่าความสูงต่ำกว่าเกณฑ์ตามอายุนั้นๆ รวมไปถึงแม้ความสูงจะปกติ แต่เริ่มเป็นสาว( เริ่มมีหน้าอก มีตกขาว สูงเร็ว มีขนที่อวัยวะเพศ มีสิว)ก่อนอายุ 8 ปี ในผู้หญิง หรือ เริ่มเป็นหนุ่ม(อันฑะใหญ่ขึ้น มีสิว เสียงแตกหนุ่ม) ก่อนอายุ 9 ปีในผู้ชาย ก็ควรพบแพทย์เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย รวมถึงตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม แม้บางอย่าง บางภาวะอาจจะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ หรือเฝ้าดูอาการ หรือติดตาม แต่ก็มีอีกหลายภาวะที่สามารถแก้ไข หรือทุเลาลงได้ ซึ่งหลายครั้งกว่าที่ผู้ปกครองจะมาพบแพทย์ เด็กก็หยุดสูงแล้ว

1.การติดเชื้อ ทุกการผ่าตัดมีความเสี่ยงของการติดเชื้อในระดับหนึ่งเป็นปกติอยู่แล้ว (น้อยกว่า 1 %) ในกรณีใช้อุปกรณ์ยึดดามกระดูกภายนอก อาจจะมีการติดเชื้อตรงตำแหน่งที่ลวดเข้าสู่ผิวหนังเข้าสู่กระดูก ซึ่งโดยปกติสามารถรักษาได้ไม่ยุ่งยาก ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงการติดเชื้อตรงตำแหน่งนี้ได้โดยการหมั่นดูแลรักษาความสะอาด และรีบแก้ไขในกรณีเป็นเริ่มแรก แต่หากเป็นการติดเชื้อในส่วนอุปกรณ์ยึดดามกระดูกภายใน จะพบได้น้อยกว่ามาก แต่ถ้าหากเกิดขึ้นมักเป็นการติดเชื้อที่จะรักษายุ่งยากกว่า ทั้งสองกรณีสามารถรักษาได้ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ ไปจนถึงถอดอุปกรณ์ยึดดามกระดูกส่วนที่ติดเชื้อออก

2.แผลเป็น การผ่าตัดยึดความยาวกระดูกขา อาจจะมีแผลเป็นเกิดขึ้นในที่ต่างๆตามแต่ตำแหน่งของกระบวนการนั้นๆ โดยการใช้อุปกรณ์ยึดดามกระดูกภายนอกอาจจะมีแผลเป็นในหลายตำแหน่งมากกว่า และบางตำแหน่งอาจจะลึก และยาวกว่าที่อื่นๆ

3.กระดูกไม่ติด เนื่องจากกระบวนการยืดความยาวกระดูกขาคือการหักกระดูกโดยเครื่องมือ และทำการแยกกระดูกออกอย่างช้าๆ ให้สัมพันธ์กับการสร้างกระดูกขึ้นตามรอยแยก ถ้าหากการยืดทำเร็วจนเกินไปจะส่งผลให้กระดูกที่แยกออกนั้นจากกันโดยไม่เกิดการสร้างกระดูกขึ้นตามรอยแยก เป็นผลทำให้เกิดช่องว่างที่ไม่มีกระดูก หรือกระดูกไม่ติด(Non union) บางครั้งต้องมาทำการผ่าตัดแก้ไขภายหลัง โดยการผ่าตัดนำกระดูกจากที่อื่นมาใส่ช่องว่างนั้น

4.เส้นประสาท และเส้นเลือดได้รับบาดเจ็บ การยืดความยาวขาจะมีผลให้มีการยืดของเส้นประสาทและหลอดเลือดร่วมด้วย ซึ่งโดยปกติเส้นประสาทและหลอดเลือดสามารถปรับตัวค่อยๆยืดตัวไปตามการยืดได้ในอัตราหนึ่ง แต่บางครั้งการยืดที่รวดเร็วเกินไป หรือปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่อความยืดหยุ่นของตัวหลอดเลือดและเส้นประสาท ทำให้ระหว่างการยืดความยาวกระดูกขาเกิดการบาดเจ็บ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นบางครั้งก็สามารถทุเลาอาการได้ด้วยยา ไปจนถึงต้องผ่าตัดแก้ไข สามารถป้องกันได้ด้วยการยืดความยาวขาไม่เร็วจนเกินไป

5.การยึดติดกันของกระดูกก่อนกำหนด(Premature Consolidatiion) ถ้าอัตราการยืดของกระดูกช้าเกินไป กระดูกที่สร้างขึ้นใหม่จะทำการเชื่อมรอยแยกของกระดูกก่อนที่เราจะทำการยืดเป็นผลให้เราไม่สามารถยืดออกได้ และจำเป็นต้องผ่าตัดแยกใหม่อีกครั้ง การป้องกันสามารถทำได้โดยการถ่ายภาพรังสีเป็นระยะเพื่อติดตามการสร้างของกระดูกใหม่ที่เกิดขึ้น

ณ ปัจจุบันยังไม่มีรายงานผู้ป่วยที่ต้องสูญเสียขาจากกระบวนการเพิ่มความสูงด้วยการยืดความยาวขา

ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ความถนัด ความชำนาญของศัลยแพทย์ท่านนั้นที่จะเลือกใช้ รูปร่างของผู้ต้องการรักษาเอง และรูปร่าง ลักษณะของกระดูกส่วนที่ความต้องการของผู้ต้องการทำการรักษา ทั้งสองวิธีต่างมีข้อดีและข้อเสีย ตัวอย่างเช่นการยืดโดยใช้อุปกรณ์ยึดดามกระดูกภายใน มักจะมีความเจ็บน้อยกว่า ไม่ต้องดูแลแผลตลอดการรักษาเหมือนการยึดโดยใช้อุปกรณ์ยึดดามกระดูกภายนอก แต่การยึดโดยใช้อุปกรณ์ยึดดามกระดูกภายในก็ไม่สามารถใช้ได้กับผู้ต้องการทำการรักษาทุกคน เช่นในผู้ที่กระดูกผิดรูป ที่ต้องแก้ไขความผิดรูปของกระดูกร่วมด้วย ในผู้ที่ต้องการยืดความยาวกระดูกมากๆ ซึ่งในกรณีเหล่านี้การใช้อุปกรณืยึดดามกระดูกภายนอกจะเหมาะสมกว่า

ทุกการผ่าตัดมีความเสี่ยงทั้งสิ้น แต่ความเสี่ยงจะมากจะน้อยขึ้นกับสุขภาพร่างกายของผู้เข้ารับการผ่าตัด การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด ความชำนาญของศัลยแพทย์ และวิสัญญีแพทย์ ผู้ทำการเข้ารับการผ่าตัดต้องเข้าใจถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ไปจนถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น ก่อนที่จะทำการผ่าตัด แต่โดยทั่วไปสำหรับการผ่าตัดเพิ่มความสูงด้วยการยืดความยาวขา พบว่ามีรายงานที่ต่ำมากของการเกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะชนิดของการผ่าตัดที่ไม่มีความเสี่ยงสูง ร่วมกับผู้เข้ารับการผ่าตัดส่วนใหญ่อายุไม่มาก

ในทางเทคนิคเป็นไปได้ แต่ไม่แนะนำ และไม่เห็นด้วยอย่างมาก มีศัลยแพทย์น้อยมากที่จะใช้วิธีนี้ และคนไข้ที่ใช้วิธีนี้บางส่วนก็ได้ผลลัพธ์ที่แย่ตามมา บางคนต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะฟื้นตัว (เส้นประสาทบาดเจ็บจากการยืด การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อเป็นต้น)

สำหรับการเพิ่มความสูง 5 เซ็นติเมตร ในคนปกติ สุขภาพดี ควรจะใช้กระบวนการทั้งหมดประมาณ 6 เดือน นับเริ่มจากผ่าตัด จนเดินได้อีกครั้ง

บางคนใช้เวลานานกว่านั้นเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ความเจ็บปวด ทำให้ต้องชะลอการยืดกระดูก ขณะที่บางคนแข็งแรง ทนต่อความเจ็บปวดได้สูง ก็สามารถยืดกระดูกได้สม่ำเสมอ จนสำเร็จได้ไว

การยืดของกระดูกพร้อมกับการสร้างกระดูกขึ้นใหม่ สามารถเกิดขึ้นควบคู่กันที่ประมาณ 1 มิลลิเมตรต่อวัน แต่กล้ามเนื้อ หลอดเลือด เส้นประสาท และเอ็น ก็ยืดได้ แต่ไม่สามารถยืดได้เร็วอย่างนั้น ดังนั้นในทางปฏิบัติ การยืดความยาวที่อัตรา 0.66 มิลลิเมตรต่อวัน(ถ้าบิดตัวยืด 3 ครั้งได้ความยาว 1 มิลลิเมตร เท่ากับว่าวันหนึ่งบิดแค่สองครั้ง เช้าและเย็น โดยหนึ่งครั้งเท่ากับ 0.33 มิลลิเมตร สองครั้งเช้าเย็นเท่ากับ 0.66 มิลลิเมตร) สำหรับการยืดกระดูกหน้าแข้ง และ 1.0 มิลลิเมตรต่อวันสำหรับกระดูกต้นขา ในคนสุขภาพดี ที่ปกติ

เจ็บสิคับ ทั้งหลังการผ่าตัดใหม่ๆ และกระบวนการยืดความยาวกระดูกทั้งหมดล้วนมีขั้นตอนที่ส่งผลให้มีอาการปวด แต่ผู้รับการยืดความยาวกระดูกขาส่วนใหญ่สามารถทุเลาความปวดด้วยยาแก้ปวด และการทำกายภาพบำบัด

ผู้รับการยืดความยาวกระดูกขาบางส่วน รู้สึกทนต่อความเจ็บป่วยไม่ได้จนหยุดทำการรักษา ในขณะที่บางคนรู้สึกปวดไม่มาก หรือรู้สึกปวดแต่ความปวดนั้นพอรับได้

โดยทั่วไป วิธีใช้อุปกรณ์ยึดดามจาภายในจะปวดน้อยกว่าวิธียึดดามกระดูกจากภายนอก แต่ทุกวิธีก็ยังมีความปวดอยู่บ้าง ไม่มีวิธีอันใดเลยที่ไม่ปวด

ร่างกายของมนุษย์มีความมหัศจรรย์อยู่หลายอย่าง ความสามารถในการสร้างและซ่อมแซมร่างกายก็เป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์นั้น ที่ผ่านมาเคยมีการผ่าตัดเพิ่มความยาวขาเพื่อเพิ่มความสูงได้ถึง 12 นิ้ว(30 เซ็นติเมตร)ในคนเตี้ย ที่มีความจำเป็นทางการแพทย์

แต่ในทางปฏิบัติ หากโดยเหตุผลด้านบุคลิกภาพ ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ การยืดความยาวกระดูกสูงสุด 5 เซ็นติเมตรต่อข้าง แต่ก็สามารถเพิ่มไปถึง 12 เซ็นติเมตรต่อข้างในบางสถานการณ์ และด้วยเทคนิคบางอย่าง

อย่างไรก็ตาม การยืดความยาวขาที่มากเกินไปอาจเกิดปัญหากับสัดส่วนของร่างกายที่ทำให้ดูไม่น่าดึงดูด ไปจนถึงอาจทำให้มีปัญหากล้ามเนื้อลีบ อ่อนแรง ไปจนถึงเกิดภาวะข้อเสื่อมในภายหลัง 

ในผู้ที่สนใจที่จะผ่าตัดเพิ่มความสูงโดยยืดความยาวกระดูกขา ควรศึกษาและเข้าใจสัดส่วนของร่างกาย และตั้งเป้าหมายจากสิ่งที่ควรจะเป็น ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการยืดความยาวขา 10 เซ็นติเมตร ที่ดีที่สุดควรมาจากการผ่ายืดความยาวกระดูกต้นขา(femur) 5 เซ็นติเมตร และผ่ายืดความยาวกระดูกขา(tibia) 5 เซ็นติเมตร แยกกันสองที่(ผ่าตัดสองครั้ง) ดีกว่าที่จะผ่าตัดยืดความยาวกระดูกที่เดียว ครั้งเดียว(ที่กระดูกขา หรือกระดูกต้นขา ) ในกลุ่มของผู้ที่ทำการผ่าตัดยืดความยาวกระดูก (www.makemetaller.org) สมาชิกหลายคนได้ทำการยืดความยาวกระดูกขามากกว่า 7.5 เซ็นติเมตร หรือมากกว่า ที่กระดูกขา หรือกระดูกต้นขาเพียงแห่งเดียวโดยไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆเกิดขึ้น นอกจากนี้สิ่งที่ควรตระหนักคือ การยืดความยาวกระดูกขาหากใช้อุปกรณ์ดามภายนอก (external fixator) และยืดกระดูกเกินกว่า 7.5 เซ็นติเมตร อาจต้องใช้เวลายาวนานกว่าปกติ และในกรณีที่ยืดเกินกว่า 5 เซ็นติเมตร โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้เสริมการยึดด้วยอุปกรณ์ดามภายในเพื่อป้องกันส่วนกระดูกใหม่ที่ยืดยาวออกมาไม่ให้มีการหัก หรือบิดผิดรูป จนกระทั่งได้ความยาวที่ต้องการจึงนำอุปกรณ์ยึดดามภายนอกออก

ทั้งสองส่วนของขา กล่าวคือ ส่วนต้นขามีกระดูกต้นขา และส่วนขาที่มีกระดูกหน้าแข้ง และกระดูกน่อง แต่เทคนิคส่วนใหญ่มุ่งเน้นที่กระดูกหน้าแข้ง เนื่องจากง่ายกว่าและผลข้างเคียงที่ต่ำกว่าส่วนต้นขา

หลักการคือการให้กระดูกขา หรือกระดูกต้นขา อันเดียวหรือทั้งสองแห่ง หักแยกออกจากกัน จากนั้นทำการแยกกระดูกส่วนที่หักอย่างช้าๆ การค่อยๆแยกกระดูกส่วนที่หักอย่างช้าๆและเหมาะสม(ทำหลายครั้งใน 1 วัน) เป็นผลให้เกิดกระดูกใหม่ถูกสร้างตรงส่วนที่หัก และกระดูกที่เกิดขึ้นใหม่จะพยายามสร้างเติมช่องว่างภายในช่องว่างที่หัก กระดูกที่เกิดขึ้นใหม่นี้จะใช้เวลานานเกือบปี จึงจะแข็งแรงเท่ากระดูกปกติ แต่อย่างไรก็ดีกระดูกที่เกิดขึ้นใหม่นี้ก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้ประคองในการเดินภายในระยะไม่กี่เดือนหลังผ่าตัด

แม้หลักการจะเหมือนกัน แต่มีวิธีการแตกต่างกันในทางเทคนิคของการผ่าตัดเพิ่มความยาวกระดูกขา หลักๆจะใช้วิธีการใช้อุปกรณ์ยึดดามจากภายใน(internal fixation) หรือการใช้อุปกรณ์ยึดดามจากภายนอก หรือบางครั้งใช้ทั้งอุปกรณ์ทั้งคู่ หลักการยืดกระดูกมีต้นกำเนิดมาจากเทคนิคที่ค้นพบโดย Prof. Ilizarov ชาวรัสเซีย ซึ่งใช้อุปกรณ์ยึดดามภายนอกที่สามารถยืดความยาวกระดูกไปจนถึงแก้ไขความผิดรูปของกระดูกที่เรียกว่า Ilizarov frame ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังใช้กันอยู่

แม้ในทางเทคนิคปัจจุบันจะมีความแตกต่างอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดจะมีพื้นฐานมาจากหลักการที่ค้นพบโดย Prof. Ilizarov. (http://en.wikipedia.org/wiki/Ilizarov)

Enter your answer here

Enter your answer here

Powered by MakeWebEasy.com